Botox
Botox (โบท็อกซ์) คืออะไร และทำงานอย่างไร
"Botox" เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ
ที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว
ชั่วคราวดังนั้นจึงนิยมนำโบท็อกซ์มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง
เช่น รอยย่นเวลาขมวดคิ้วเพราะเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวแล้ว เวลาขมวดคิ้วกล้ามเนื้อจึงไม่จับกันเป็นก้อนนูนออกมา และยังสามารถช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าได้
เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดปีกจมูก


ประโยชน์ของ Botox ที่นำมาให้เพื่อความงามในปัจจุบัน
1. ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก
2. ลดริ้วรอย หางตา หน้าผาก ขมวดคิ้ว รอยย่นจมูก
3. ลดปีกจมูก
4. ลดเหงื่อและลดกลิ่นตัว บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ใต้วงแขน
5. ลดขนาด กล้ามเนื้อน่อง
หลังฉีด Botox เป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเห็นผล?
เห็นผลได้ในประมาณ 3-7 วัน ซึ่งผลจากการฉีดจะอยู่ได้ราว 4-6 เดือน
โดยสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม
 
 เหตุใดจึงควรฉีด Botox แทนการศัลยกรรม
เพราะกรรมวิธีในการฉีด Botox นั้นง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เมื่อฉีดเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ราคาไม่แพงหากเทียบกับการผ่าตัดศัลยกรรม

ผู้ที่ไม่ควรฉีด Botox
1. ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ อ่อนแรงไม่ทราบสาเหตุ
2. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
4. หญิงมีครรภ์ หรือระหว่างให้นมบุตร

เตรียมตัวก่อนการฉีด
1. ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
2. ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันตับปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน

การปฏิบัติตัวหลังการทำ Botox
1. ห้ามนอนราบ 3-4 ชม. หลังทำ เนื่องจากตัวยาอาจกระจายออกนอกตำแหน่งที่ฉีดทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ
2. ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด เพราะทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้
3. หากมีรอยช้ำหลังฉีด ให้ประคบเย็นที่บ้านต่อ ห้ามนวด หรือประคบอุ่น
และงดทานยาจำพวก แอสไพริน วิตามินอีสมุนไพรร้อน เช่น แปะก๊วย โสม 2-3 วัน เพื่อลดรอยช้ำหลังฉีด